ต้นทุนน้ำยาต่อการซัก 1 ครั้ง คำนวณยังไงให้ร้านมีกำไรจริง

ต้นทุนเคมีต่อการซัก 1 รอบ (ถัง 10 กก.) ของร้านที่ซื้อของถูกไซซ์อยู่ที่ประมาณ 10-18 บาทเท่านั้น แบ่งเป็นน้ำยาซักหลัก 6-12 บาทและน้ำยาปรับผ้านุ่ม 4-6 บาท ขณะที่ร้านที่ยังซื้อน้ำยาขวดปลีกจากห้างจ่ายจริง 25-40 บาท/รอบ ส่วนต่างรอบละ 15-25 บาทฟังดูเล็ก แต่ร้านที่ซักวันละ 30 รอบเท่ากับเงินหายปีละ 160,000-270,000 บาท นี่คือค่าใช้จ่ายก้อนแรกที่เจ้าของร้านควรจัดการ เพราะแก้ได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม
สูตรคำนวณที่ใช้ได้กับทุกผลิตภัณฑ์
ต้นทุนต่อรอบ = (ราคาต่อหน่วยบรรจุ ÷ ปริมาณสุทธิ) × อัตราใช้ต่อผ้า 1 กก. × น้ำหนักผ้าต่อรอบ
ตัวอย่าง: น้ำยาซักแกลลอน 20 ลิตร ราคา 1,350 บาท อัตราใช้ 18 มล./กก. ซักผ้า 10 กก. = (1,350 ÷ 20,000) × 18 × 10 = 12.15 บาท/รอบ
ตารางเทียบต้นทุนต่อรอบ (ผ้า 10 กก.)
| ผลิตภัณฑ์ | ราคาซื้อ | อัตราใช้/รอบ | ต้นทุน/รอบ | ต้นทุน/ปี (30 รอบ/วัน) |
|---|---|---|---|---|
| น้ำยาขวดปลีก 3 ลิตร | ~230 บาท | 250-300 มล. | 19-23 บาท | ~230,000 |
| ผงซักถุงเล็กปลีก 3 กก. | ~135 บาท | 300 กรัม | 13-14 บาท | ~148,000 |
| น้ำยาแกลลอน 20 ลิตร | 1,350 บาท | 180 มล. | ~12 บาท | ~133,000 |
| ผงซักอุตสาหกรรม 25 กก. | 1,150 บาท | 300 กรัม | ~7 บาท | ~76,000 |
เห็นชัดว่าผงซักอุตสาหกรรมถุง 25 กก. ให้ต้นทุนต่อรอบต่ำสุด ส่วนน้ำยาแกลลอนแพงกว่าเล็กน้อยแต่เหมาะกับระบบจ่ายอัตโนมัติและละลายหมดจดในน้ำเย็น การเลือกใช้แบบไหนขึ้นกับระบบร้าน อ่านการเทียบเชิงลึกได้ในบทความผงซัก vs น้ำยาซัก แบบไหนเหมาะกับร้านคุณ
กับดัก 3 ข้อที่ทำให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่คำนวณ
หนึ่ง ใส่เกินเพราะกะด้วยสายตา พนักงานเทน้ำยา "ประมาณครึ่งแก้ว" มักเกินอัตราแนะนำ 30-50% ทางแก้คือใช้ถ้วยตวงติดสายรัดกับแกลลอน หรือดีที่สุดคือติดปั๊มจ่ายน้ำยาอัตโนมัติซึ่งคุมปริมาณเป๊ะทุกรอบ จ่ายครั้งเดียวไม่กี่พันบาทแต่หยุดการรั่วไหลถาวร
สอง ใส่เกินไม่ได้ทำให้สะอาดขึ้น น้ำยาเกินขนาดล้างไม่หมด ตกค้างบนผ้า ทำให้ผ้ากระด้าง เหม็นอับเร็ว และสะสมคราบไขในถังซักจนต้องล้างถังบ่อยขึ้น เสียเงินสองต่อ
สามลืมคิดต้นทุนเคมีเสริม งานผ้าขาวหมองต้องใช้ผงฟอกขาวออกซิเจนเพิ่มรอบละ 3-5 บาท งานคราบหนักต้องใช้สปอตเตอร์แต้มก่อนซัก ควรบวกต้นทุนส่วนนี้เข้าไปในราคาค่าบริการผ้าประเภทนั้นแทนที่จะเฉลี่ยรวมทุกงานแล้วขาดทุนเงียบๆ
ตั้งราคาค่าบริการจากต้นทุนที่รู้จริง
เมื่อรู้ต้นทุนเคมีต่อรอบแล้ว บวกค่าน้ำ (~8-12 บาท) ค่าไฟ/แก๊ส (~15-25 บาท) และค่าแรงเฉลี่ย จะได้ต้นทุนผันแปรต่อรอบราว 40-60 บาท ร้านซัก-อบ-พับที่คิดลูกค้ากิโลละ 40-50 บาท (รอบละ 8-10 กก. = 320-500 บาท) จึงมี margin เหลือพอทำกำไรและทำโปรโมชันได้โดยไม่เจ็บตัว
สั่งน้ำยาและเคมีภัณฑ์ครบทุกรายการแบบราคาส่งได้ที่หน้าร้านค้า สั่งครบ 5,000 บาทส่งฟรีทั่วประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
ต้นทุนน้ำยาต่อการซัก 1 รอบควรอยู่ที่กี่บาท
สำหรับถังซัก 10 กก. ต้นทุนเคมีรวม (น้ำยาซัก + ปรับผ้านุ่ม) ควรอยู่ที่ 10-18 บาท/รอบเมื่อซื้อขนาดแกลลอนหรือถุงใหญ่ ถ้าคำนวณแล้วเกิน 25 บาท/รอบ แปลว่าซื้อผิดไซซ์ (ขวดปลีก) หรือพนักงานใส่เกินอัตรา ควรตรวจสอบทั้งสองจุดทันที
น้ำยาแกลลอนใหญ่จะหมดอายุก่อนใช้หมดไหม
น้ำยาซักผ้าเกรดอุตสาหกรรมมีอายุ 2-3 ปีเมื่อปิดฝาสนิทและเก็บพ้นแดด ร้านที่ซักวันละ 10 รอบขึ้นไปใช้แกลลอน 20 ลิตรหมดภายใน 2-4 เดือนเท่านั้น จึงไม่มีปัญหาเรื่องหมดอายุ ข้อควรระวังจริงคืออย่าแบ่งใส่ภาชนะที่ไม่มีฉลาก เพื่อกันการหยิบใช้ผิดชนิด
ติดปั๊มจ่ายน้ำยาอัตโนมัติคุ้มไหม
คุ้มมากสำหรับร้านที่ซักเกินวันละ 15-20 รอบ ปั๊มจ่ายชุดละไม่กี่พันบาทแต่ตัดปัญหาพนักงานเทเกินซึ่งมักเกิน 30-50% ของอัตราแนะนำ เงินที่หยุดรั่วไหลจ่ายค่าปั๊มคืนได้ใน 2-4 เดือน แถมคุณภาพซักสม่ำเสมอทุกรอบและลดคราบน้ำยาตกค้างบนผ้า


